|
|
|
|
เกาะเกร็ด ช่วงเวลายามเย็น หลายคนมักชื่นชอบ บรรยากาศริมน้ำ ได้ใช้เวลานั่งทอดสายตาไปริมน้ำ ยิ่งในช่วงแสงสุุดท้ายของพระอาทิตย์ ที่ให้แสงร้อนแรงมาตลอดทั้งวัน นับเป็นช่วงเวลานึงที่สวยงาม เมื่อผิวน้ำ และขอบฟ้า ถูกย้อมให้เป็นสีสวยงาม
ชุมชนมีวัฒนธรรมสืบมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ความเก่าแก่ยังคงมีให้เห็นตามวัดเก่าแก่ บนเกาะเกร็ด หากในสมัยนั้นมีการขุดคลองเพื่อตัด ปลายแหลมส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา จนกระทั่ง ปัจจุบันถูกกระแสน้ำกัดเซาะ จนคลองดังกล่าวกว้างเพิ่มมากขึ้น และซึ่งกลายมาเป็นเกาะเกร็ดในปัจจุบัน
|
|
ไม่ห่างจากกลางเมืองใหญ่มากนัก ชุมชนชาวมอญ อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการ ถ่ายทอด จากอดีต มาจนปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเตาเผา เครื่องปั้นดินเผาจะลดน้อยลง จนเหลือเพียงไม่กี่แห่งบนเกาะเกร็ด แต่ก็ยังเป็นเอกลักษณ์เด่นของที่นี่ รวมถึงขนมไทย ๆ ที่ชวนให้ลิ้มรสหวาน แบบสด ๆ เลยทีเดียว ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาแหล่งชุมชน ที่มีเอกลักษณ์ เกาะเกร็ด ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนชาวมอญ อีกทั้งยังมีวัดเก่า ๆ อีกหลายวัด เพื่อให้ได้ทำบุญไหว้พระ จนอิ่มเอมใจด้วย
|
|
แม้เกาะเกร็ด จะมีเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะ ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ร้านรวงและนักท่องเที่ยวมากมายจะคึกคัก จนในบางครั้งดูแน่นขนัดไปเหมือนกัน แต่พอครั้นในช่วงฤดูน้ำหลาก เกาะเกร็ดเกือบทั้งหมด จะจมอยู่กับน้ำที่ไหลมารวมกัน ก่อนไหลสู่ปากอ่าวไป ทำให้เกาะเกร็ดต้องหยุดชะงัก ในการท่องเที่ยวไปอีก 2 - 3 เดือน
หากหนึ่งวันหลังสงกรานต์ของทุกปี จะมีประเพณี ที่จรรลงพุทธศาสนา ของชาวไทยมอญ ที่จัดขึ้น และช่วยเพิ่มสีสันให้เกาะเกร็ด อย่าง "ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง"
|
|
 |
 |
 |
ซึ่งเป็นประเพณีความเชื่อ มาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ในครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จจำพรรษา ณ ป่าปาริไลย์ เพียงพระองค์เดียว โดยมีช้างเป็นอุปัฏฐาก และลิงที่คอยหาผลไม้ให้พระองค์ จนวันหนึ่งลิงได้นำน้ำผึ้งมาถวาย จึงกลายเป็นประเพณีสืบต่อมา แต่ในปัจจุบัน น้ำผึ้งหาได้อยาก จึงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นน้ำหวาน จนเรียกกันติดปากไปทั่วเกาะเกร็ด ว่าเป็นการทำบุญน้ำหวาน
|
|
ในวันดังกล่าว ชุมชนในแต่ละคุ้มวัดจะจัดขบวนแห่ ไปตามเส้นทางเล็ก ๆ บนเกาะเกร็ด และไปรวมตัวกันที่วัดแห่งหนึ่ง ที่กำหนดขึ้นในปีนั้น ๆ ชาวบ้านต่างแต่งกายด้วยชุดไทย ไทยรามัญ แต่งตัวเรียกรอยยิ้มเป็นสีสันในห้กับประเพณี
อนึ่ง บนเกาะเกร็ดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย
|
|
โดยเฉพาะวัดเก่า ๆ อยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยวไหว้พระ 9 วัด อาทิ วัดปรมัยยิกาวาส ( ซึ่งมีเจดีย์เอียงตั้งริมน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด ) , วัดฉิมพลี , วัดเสาธงทอง , วัดไผ่ล้อม เป็นต้น และนอกจากนี้ ยังมีคลองขนมหวาน กวานอาม๊า แหล่งเรียนรู้ชุมชนไทยมอญ รวมถึงโฮมเสตย์บนเกาะเกร็ด โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวจะนิยม ไปล่องเรือไหว้พระ และเที่ยวชิมอาหารเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะที่มีส่วนประกอบ อย่างหน่อกะลา |
|
|
การเดินทางมายังเกาะเกร็ด ไม่ว่าจะทางใดก็ต้องอาศัยเรือข้ามฟาก หรือเรือที่ล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยา มาแวะขึ้นบนเกาะเกร็ด และอีกฝั่งอย่างที่วัดบางจาก ( เข้าทางด้านสะพานพระราม 4 ) มีองค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ตั้งอีกฝั่งฟากหนึ่งริมน้ำ หันหน้ามาฝั่งเกาะเกร็ด นับเป็นสถานที่อีกแห่งที่น่าแวะไปนมัสการ ทำบุญปล่อยปลา และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล
หากมีเวลาสักหนึ่งวัน หรือครึ่งวันแล้ว เกาะเกร็ด ใน จังหวัดนนทบุรี ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการพักผ่อน
|
|
และยังเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิม ที่ยังกลิ่นไอหลงเหลืออยู่ อย่างน้อย ๆ ก็ยังคงอยู่ในผลงานผลิตภัณฑ์ และลวดลายบนเครื่องปั้นดินเผา ที่ยังคงความสวยงาม ให้สามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ และที่สำคัญสามารถดูกรรมวิธี ขั้นตอนการทำ ซึ่งปัจจุบันหาชมไม่ได้ง่าย ๆ อีกด้วย
จะเที่ยวชมเช่นไรก็ตามแต่ใจ แต่ก็อย่าลืมยิ้มให้กันสักหน่อย เพราะถนนมันแคบ ผู้คนเยอะแยะ ทางเดินมันน้อย จักรยานปั่นรอบเกาะก็มี อากาศก็ร้อนวะส่วนใหญ่ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ย่อมเป็นเรื่องดี แน่นอน |
|
|
 |
 |
|
 |
 |
 |