ลักษณะ
ชะนีมงกุฏเป็นชนิดย่อยของชะนีมือขาว แต่มีลักษณะภายนอกและพฤติกรรมบางอย่างที่แตกต่างออกไป โดยมีสีขนแยกตามเพศและอายุ ทั้งสองเพศจะมีขนสีเทาเมื่อเกิดใหม่ หลังจากนั้น 4 - 6 เืดือน จะมีสีดำแซมบริเวณแก้มและขนบนหัว เมื่ออายุ 3 - 4 ปี สีขนของตัวผู้จะเปลี่ยนเป็นสีดำ หน้าขาว บางตัวจะมีขนสีขาวแซมบริเวณหลังมือและเท้า สำหรับเพศเมียจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่ออายุ 2 - 3 ปี และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนอีกครั้ง เมื่อโตเต็มที่มีสีดำเป็นกระจุกบริเวณหัวและอก
การกระจายพันธุ์
พบในลาว กัมพูชา และประเทศไทย
นิเวศวิทยาและพฤติกรรม
ชะนีมงกุฏพบได้ในป่าไม่ผลัดใบในประเทศไทยที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ชะนีมงกุฏอาศัยอยู่บนเรือนยอดไม้สูง อยู่เป็นครอบครัวในอาณาเขตประมาณ 40,00 - 60,000 ตารางเมตร ( 10 - 15 เอเคอร์ ) ตามปกติสมาชิกที่เริ่มเป็นตัวเต็มวัย จะไม่ออกจากกลุ่มเพื่อไปสร้างกลุ่มใหม่ เช่นชะนีมือขาว แต่ในขณะนี้มีการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของการแยกตัวออกจากกลุ่ม ซึ่งยังไม่แน่ชัดนัก ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกที่เกิดใหม่จะเกาะติดอกแม่และเริ่มเล่นมากขึ้น เมื่อลูกชะนีอายุประมาร 2 - 3 ปี แม่ชะนีมักจะผสมพันธุ์ให่อีกครั้งหนึ่ง ลูกชะนีที่โตแล้วจะถูกขับออกจากกลุ่ม เพื่อตั้งกลุ่มใหม่โดยลูกชะนีเพศผู้จะถูกขับออกมามากกว่าเพศเมีย และจะอยู่ตัวเดียวจนกว่าจะหาชะนีตัวเมียมาผสมพันธุ์ตั้งกลุ่มของตัวเองได้ อาหารของชะนีมงกุฏเป็นผลไม้ร้อยละ 75 กับใบไม้ร้อยละ 20 ส่วนอีกร้อนละ 5 เป็นแมลงและสัตว์ขนาดเล็กรวมทั้งไข่นกและสัตว์เลื้อยคลาน ดื่มน้ำโดยใช้มือล้วงจากโพรงไม้และดูดจากขนหรือเลียตามใบไม้ การส่งเสียงร้องของชะนีมงกุฏจะมีลักษณะ โดดเด่นไม่เหมือนชะนีอื่น โดยตัวเมียจะร้องสั้น ๆ และดังขึ้นเรื่อย ๆ
สถานภาพ
ประชากรชะนีมงกุฏลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากถูกล่าโดยมนุษย์ โดยบริเวณที่มีการล่ามากที่สุด คือ แถบชายแดนลาวและกัมพูชา
IUCN ( 2000 ) : LR/nt
CITES ( 1975 ) : Appendix I
ข้อมูลจาก : Wildlife in Thailand's Transborder Trade
|