และในระหว่างทางสิ่งที่คาดคิดเอาไว้ก็เริ่มมาทันที สายฝนที่เรียกได้ว่าตกอย่างมืดฟ้ามัวดิน ก็เริ่มกระหน่ำทันที เราเลือกที่จะไปต่อ เพราะถึงจะเลือกทางไหนก็เปียกอยู่ดี แถมพืชที่นี่นอกจากจะดูแปลกตาแล้ว ยังพึ่งพาเป็นที่หลบฝนไม่ได้ เมื่อขึ้นสูงเท่าไหร่ก็เริ่มไม่เห็นพื้นข้างล่าง เพราะฝนบดบังไปหมด อีกทั้งก้อนหินเริ่มจะมีความคมขึ้นคล้ายปะการัง เพราะโดนฝนกัดเซาะตามกาลเวลา เราประสบผลสำเร็จเมื่อคำทางจนถึงจุดสูงสุด และได้เห็นต้นปรงอายุแตกต่างกันไป เมื่อดูรอบ ๆ อดคิดถึงยุคดึกดำบรรพ์ไม่ได้ เพราะพรรณพืช และกลุ่มหินปูนรูปร่างแปลกตา ผนวกกับฝนเริ่มซาลง ทำให้เราเห็นพื้นทุ่งนาสีเขียวดูสวยงามมาก ซึ่งก็คุ้มกับการบุกตลุยขึ้นมา ขาลงก็ใช่จะยิ่งหย่อนกว่าขาขึ้น เพราะเส้นทางไม่เดิม แถมยังต้องแหวกทางลงไปอีก
สุดท้าย ก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และล้างตัวให้สะอาดก่อนที่จะกลับสู่กรุงเทพ ด้วยอารมย์อิ่มเอม และต้องขอบคุณเพื่อนดี ๆ ที่คอยทำอาหารแถมยังขับรถให้ ถือได้ว่าเป็นโชคดี ที่ได้เที่ยวไปในที่ที่อยากไป และกับเพื่อนร่วมทางที่ดี