ก่อนหน้านี้ ผมอาจจะมีความคิด เหมือนหลายคน เกี่ยวกับเรื่องการดำน้ำ ถูกบ้างผิดบ้าง ซึ่งแน่นอนเมื่อได้ลองจริง ๆ แล้ว ก็ถึงบางอ้อ ซะที
ก่อนวันที่ได้เริ่มเรียนดำน้ำ ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างตื่นเต้นได้ไม่น้อย และภาพตามสาระคดี ที่มีนักดำน้ำให้เห็นก็ถูกวาดเอาไว้บนหัว แต่ก่อนที่จะถึงตรงนั้นได้ต้องผ่านขบวนการขั้นตอนอีกเยอะเลย ผมกับพี่ๆ wwf ได้ลัดขบวนการที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญทีเดียว คือ การทดสอบร่างกาย แน่นอนครับต้องมีผลกับการเรียนต่อไปแน่
วันแรกเป็นการเรียนในห้อง หรือ ภาคทฤษฎี ว่าด้วยเรื่อง หลักการดำน้ำ ฟิสิกส์ใต้น้ำ สรีรศาสตร์ใต้น้ำ เป็นต้น ( โดยปกติต้องเรียน 3-5 วัน ) หลัก ๆ จะเป็นการคำนวนหาความดันบรรยากาศ ที่มีผลต่อเวลา ความลึกของการดำน้ำ และร่างกายของเรา
ซึ่งการดำน้ำ จะถูกแบ่งออกเป็น ประเภทต่าง ๆ ดังนี้
1. SCUBA (Self Contained Underwater Breathaing Apparatus ) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่นักดำน้ำจะต้องนำติดลงใต้น้ำด้วย (ให้คิดถึงการดำน้ำแบบถังอากาศโดยทั่วไป ) ซึ่งแบ่งเป็นชนิดต่าง ๆ คือ
- แบบวงจรเปิด (Open Circuit) หรือ SCUBA Air เป็นการหายใจแล้วปล่อยออกนอกระบบ ( จะมีฟองอากาศออกตอนดำน้ำ )
- แบบวงจรปิด (Closed Circuit) หรือ SCUBA O2 เป็นแบบที่ใช้เฉพาะ อ๊อกซิเจนในการหายใจ และก็วนกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่ปล่อยออกนอกระบบ (ส่วนมากจะใช้ในการทหาร หรือการถ่ายรูปใต้น้ำ เพราะจะไม่มีฟองอากาศออกมารบกวนการทำภาระกิจ )
- แบบผสม (Semiclosed Circuit) หรือ SCUBA Mixed เป็นอากาสผสม โดยมีออกซิเจนกับฮีเลียม หรือไนโตรเจน ตามสัดส่วนความลึกในการดำน้ำ ซึ่งจะสามารถดำได้ลึกกว่า 2 แบบ
2. SSBA (Surface Supplied Breathing Apparatus) เป็นเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำ โดยส่งอากาศไปตามท่อจากเครื่องอัดอากาศบนผิวน้ำลงไปสู่นักดำน้ำ มีหลายแบบเช่น ประดาน้ำหนัก ประดาน้ำเบา (ที่พัทยาจะมีบริการ คือเป็นหน้ากากครอบทั้งหัว และมีท่อต่อลงไปใต้น้ำ )
และเนื่องจากในน้ำไปสามารถที่จะพูดคุยกันตามปกติได้ จึงต้องมีสัญญาณมือเข้าช่วย ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก หรือจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยอย่างแผ่นจดใต้น้ำ (ซึ่งจะกล่าวถึงอุปกรณ์โดยรวมในตอนต่อ)
โรคจากการดำน้ำ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันบรรยากาศขณะดำน้ำ
- DCS : เกิดจากการมีฟองอากาศขยายตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ อาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฟองอากาศอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เกิดจากการลอยตัวขึ้นใช้เวลาไม่นานพอที่ฟองอากาศจะออกจากร่างกาย อาการ คือจะเหมือนมีฟองอากาศวิ่งตามร่างกาย คลื่นไส้ ปวดข้อ หมดแรง ซึ่งอาจถึงขั้นหมดสติ หัวใจหยุดเต้น หรือเป็นอัมพาตได้ การรักษา คือนอนราบกับพื้น หายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ และส่งตัวเข้าห้องปรับบรรยากาศ (ลักษณะคล้ายท่อแคปซูล กินอยู่ในนั้นจนกว่าจะขับฟองอากาสหมด)
- Barotrauma : เกิดจากการหดหรือขยายตัวของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ที่มีอากาศอยู่ ซึ่งเกิดจากการดำน้ำลงหรือลอยตัวขึ้น ทำให้อวัยวะได้รับการบาดเจ็บ (เข้าใจง่าย ๆ ทุกส่วนของร่างกายที่อากาศอยู่ จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับที่ต่าง ๆ ) รักษาตามอาการ
- AGE : เกิดจากสภาวะปอดฉีกขาดขณะลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้อากาศภายในปอดเข้าไปอุดตันในระบบ ไหลเวียนเลือด เกิดอาการหมดสติ อาการทางสมอง อัมพาต และอาจเสียชีวิตได้ เกิดจากการพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วกว่ากำหนด ( เมื่ออยู่ในความลึกใต้น้ำปอดจะถูกแรงดันบรรยากาศบีบ ทำให้ปอดหดตัว แต่เมื่อเราเริ่มขึ้นสู่ผิวน้ำ แรงดันจะน้อยลง ปอดจะเริ่มขยายตัว แต่การขึ้นเร็วทำให้การหายใจเอาอากาศออกน้อยกว่าการขยายตัวของปอด อากาศจึงดันให้ปอดขยายจนเกินขอบเขต ซึ่งทำให้ฉีก หรือแตกได้ )
โดยพื้นฐานเหล่านี้ นักดำน้ำทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่น จะต้องท่องจำขึ้นใจ และปฏิบัติทุกขั้นตอนอย่างถูกวิธี จะทำให้เราปลอดภัย สนุกกับการดำน้ำ |