เมื่อช่วงเดือนตุลาคมของปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสจาก WWF ไปเรียนดำ ที่กองเรือยุทธการ หน่วยสงครามพิเศษ สัตหีบ ชลบุรี ( สถานที่ฝึกหน่วยจู่โจมพิเศษใต้น้ำ หรือ มนุษย์กบ ) ครั้งนั้น เป็นการฝึกน้ำระยะสั้น เพียง 5 วัน เข้าร่วมฝึกกัน 5 คน และแน่นอนเป็นการเรียนดำน้ำที่อาจจะต่างจากที่อื่นโดยทั่วไป ดังนั้นเรื่องราวที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้จากประสบการณ์ตรง และแฝงความรู้ ที่คนที่สนใจในเรื่องความสวยงามใต้น้ำ และการดำน้ำ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในเรียนรู้ต่อไป
 
 
 
 
 
 

ก่อนหน้านี้ ผมอาจจะมีความคิด เหมือนหลายคน เกี่ยวกับเรื่องการดำน้ำ ถูกบ้างผิดบ้าง ซึ่งแน่นอนเมื่อได้ลองจริง ๆ แล้ว ก็ถึงบางอ้อ ซะที

ก่อนวันที่ได้เริ่มเรียนดำน้ำ ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างตื่นเต้นได้ไม่น้อย และภาพตามสาระคดี ที่มีนักดำน้ำให้เห็นก็ถูกวาดเอาไว้บนหัว แต่ก่อนที่จะถึงตรงนั้นได้ต้องผ่านขบวนการขั้นตอนอีกเยอะเลย ผมกับพี่ๆ wwf ได้ลัดขบวนการที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญทีเดียว คือ การทดสอบร่างกาย แน่นอนครับต้องมีผลกับการเรียนต่อไปแน่

วันแรกเป็นการเรียนในห้อง หรือ ภาคทฤษฎี ว่าด้วยเรื่อง หลักการดำน้ำ ฟิสิกส์ใต้น้ำ สรีรศาสตร์ใต้น้ำ เป็นต้น ( โดยปกติต้องเรียน 3-5 วัน ) หลัก ๆ จะเป็นการคำนวนหาความดันบรรยากาศ ที่มีผลต่อเวลา ความลึกของการดำน้ำ และร่างกายของเรา

ซึ่งการดำน้ำ จะถูกแบ่งออกเป็น ประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. SCUBA (Self Contained Underwater Breathaing Apparatus ) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่นักดำน้ำจะต้องนำติดลงใต้น้ำด้วย (ให้คิดถึงการดำน้ำแบบถังอากาศโดยทั่วไป ) ซึ่งแบ่งเป็นชนิดต่าง ๆ คือ

  • แบบวงจรเปิด (Open Circuit) หรือ SCUBA Air เป็นการหายใจแล้วปล่อยออกนอกระบบ ( จะมีฟองอากาศออกตอนดำน้ำ )
  • แบบวงจรปิด (Closed Circuit) หรือ SCUBA O2 เป็นแบบที่ใช้เฉพาะ อ๊อกซิเจนในการหายใจ และก็วนกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่ปล่อยออกนอกระบบ (ส่วนมากจะใช้ในการทหาร หรือการถ่ายรูปใต้น้ำ เพราะจะไม่มีฟองอากาศออกมารบกวนการทำภาระกิจ )
  • แบบผสม (Semiclosed Circuit) หรือ SCUBA Mixed เป็นอากาสผสม โดยมีออกซิเจนกับฮีเลียม หรือไนโตรเจน ตามสัดส่วนความลึกในการดำน้ำ ซึ่งจะสามารถดำได้ลึกกว่า 2 แบบ

2. SSBA (Surface Supplied Breathing Apparatus) เป็นเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำ โดยส่งอากาศไปตามท่อจากเครื่องอัดอากาศบนผิวน้ำลงไปสู่นักดำน้ำ มีหลายแบบเช่น ประดาน้ำหนัก ประดาน้ำเบา (ที่พัทยาจะมีบริการ คือเป็นหน้ากากครอบทั้งหัว และมีท่อต่อลงไปใต้น้ำ )

และเนื่องจากในน้ำไปสามารถที่จะพูดคุยกันตามปกติได้ จึงต้องมีสัญญาณมือเข้าช่วย ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก หรือจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยอย่างแผ่นจดใต้น้ำ (ซึ่งจะกล่าวถึงอุปกรณ์โดยรวมในตอนต่อ)

โรคจากการดำน้ำ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันบรรยากาศขณะดำน้ำ

  • DCS : เกิดจากการมีฟองอากาศขยายตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ อาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฟองอากาศอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เกิดจากการลอยตัวขึ้นใช้เวลาไม่นานพอที่ฟองอากาศจะออกจากร่างกาย อาการ คือจะเหมือนมีฟองอากาศวิ่งตามร่างกาย คลื่นไส้ ปวดข้อ หมดแรง ซึ่งอาจถึงขั้นหมดสติ หัวใจหยุดเต้น หรือเป็นอัมพาตได้ การรักษา คือนอนราบกับพื้น หายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ และส่งตัวเข้าห้องปรับบรรยากาศ (ลักษณะคล้ายท่อแคปซูล กินอยู่ในนั้นจนกว่าจะขับฟองอากาสหมด)
  • Barotrauma : เกิดจากการหดหรือขยายตัวของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ที่มีอากาศอยู่ ซึ่งเกิดจากการดำน้ำลงหรือลอยตัวขึ้น ทำให้อวัยวะได้รับการบาดเจ็บ (เข้าใจง่าย ๆ ทุกส่วนของร่างกายที่อากาศอยู่ จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับที่ต่าง ๆ ) รักษาตามอาการ
  • AGE : เกิดจากสภาวะปอดฉีกขาดขณะลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้อากาศภายในปอดเข้าไปอุดตันในระบบ ไหลเวียนเลือด เกิดอาการหมดสติ อาการทางสมอง อัมพาต และอาจเสียชีวิตได้ เกิดจากการพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วกว่ากำหนด ( เมื่ออยู่ในความลึกใต้น้ำปอดจะถูกแรงดันบรรยากาศบีบ ทำให้ปอดหดตัว แต่เมื่อเราเริ่มขึ้นสู่ผิวน้ำ แรงดันจะน้อยลง ปอดจะเริ่มขยายตัว แต่การขึ้นเร็วทำให้การหายใจเอาอากาศออกน้อยกว่าการขยายตัวของปอด อากาศจึงดันให้ปอดขยายจนเกินขอบเขต ซึ่งทำให้ฉีก หรือแตกได้ )

โดยพื้นฐานเหล่านี้ นักดำน้ำทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่น จะต้องท่องจำขึ้นใจ และปฏิบัติทุกขั้นตอนอย่างถูกวิธี จะทำให้เราปลอดภัย สนุกกับการดำน้ำ

 

ศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ENAC)
 
7/368 เมืองทองธานี ถ.ป๊อปปูล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
 
Tel. / Fax. : 02-980-4651 , 089-161-7933
 

ส่ง E-mail : admin@enac-club.com